การใช้ a, an, the

การใช้ a, an, the

A, an, the คือคำนำหน้าคำนามภาษาอังกฤษเรียกว่า article เพื่อบ่งบอกว่าคำนามไหนเป็นคำนามที่ต้องการชี้เฉพาะเจาะจงคำนามไหนเป็นคำนามทั่วไป

พอเราพูดถึงคำนำหน้านาม a, an, the ให้เราแยกคำเหล่านี้ออกเป็น 2 กลุ่มตามหน้าที่นั้นก็คือ a, an และ the

  • a, an ใช้นำหน้าคำนามที่นับได้เอกพจน์เพราะ a และ an มีความหมายว่า “หนึ่ง” ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง (any ) หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า indefinite article ข้อสังเกตมักเป็นการพูดถึงหรือกล่าวถึงคำนามนั้นครั้งแรกไม่ได้เจาะจงว่าเป็นสิ่งไหน
  • the คือ definite article ใช้นำหน้าคำนามทั้งที่นับได้หรือนับไม่ได้เอกพจน์หรือพหูพจน์แต่เป็นคำนามที่เฉพาะ (specific) เจาะจงว่าผู้พูดหมายถึงสิ่งไหนอันใด

นี่คือพื้นฐานการใช้ article a, an, the เรามาเริ่มที่กลุ่มแรกก่อน a, an ว่าใช้ต่างกันอย่างไร

  • a ใช้กับคำนามขึ้นต้นและออกเสียงดัวยพยัญชนะเช่น

a picture
a pen

สองคำนี้ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะเป็นคำนามนับได้เอกพจน์มีความหมายภาพหนึ่งภาพปากกาหนึ่งด้าม

  • an ใช้กับคำนามขึ้นต้นและออกเสียงด้วยสระ

an umbrella
an apple

สองคำนี้ขึ้นต้อนด้วยสระเป็นคำนามนับได้เอกพจน์มีความหมายว่าร่มหนึ่งอันแอปเปิ้ลหนึ่งผล

  • เรามาดูคำที่มักจะมีปัญหาและควรระมัดระวัง

a hour คำนี่ผิดถึงแม้จะขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ h แต่ h ไม่ได้ออกเสียเราออกเสียงเป็น “อาวเออะ” ซึ่งเป็นเสียงสระจะให้ถูกต้องเป็น an hour.

an university คำนี่ผิดถึงแม้จะขึ้นต้นด้วยสระ u แต่ u คำนี้ออกเสียงเป็น “ยูนิเวอร์ชิตี้” ซึ่งเป็นเสี่ยงพยัญชนะจะให้ถูกต้องเป็น a university.

นี่คือพื้นฐานการใช้ a และ an ทั่วไปหลักนี้ใช้ได้แม้ว่าคำนามเอกพจน์นั้นจะมีคำขยายนำหน้าก็ให้ดูคำที่มาขยายนามนั้นว่าขึ้นต้นสระหรือพยัญชนะรวมทั้งเสียงของคำเหล่านั้นด้วยเช่น

a beautiful girl
an exciting day

จากตัวอย่างสองกลุ่มคำด้านบนเราจะเห็นว่าคำนามทั้งสองคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะคือ girl และ day แต่คำที่มาขยายนาม (adjective) คำแรกขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและเสียงก็พยัญชนะ b จึงใช้ a ส่วนคำที่สองขึ้นต้นด้วยสระและเสียงก็สระ e “อิค” จึงใช้ an

ดังนั้นพอสรุปได้ว่าถึงแม้จะเรียกว่าคำนำหน้านามแต่หากมีคำอื่นอยู่หน้าคำนามหรือขยายคำนามก็ให้ยึดตามคำที่มาขยายหรือคำถัดไปจาก a, an และ the

an honest man
a European citizen

สองกลุ่มคำนี้ก็เช่นกันถึงแม้คำที่มาขยายคำนามจะขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ h แต่ h ไม่ออกเสียงในทางกลับกันกลุ่มคำที่สอง Eu ออกเสียงเป็นพยัญชะ “ยุ” จึงใช้ a

  • การใช้ the

She bought a new dress. The new dress is pink.
He bought an umbrella. The umbrella is blue.
Would you pass me the mobile?

จากตัวอย่างเราจะเห็นว่าประโยคแรกของทั้งสองประโยคเราใช้ a และ an แต่พอประโยคหลังเราใช้คำว่า the นำหน้าคำนามทั้งสองประโยค

สรุปได้ว่า the ใช้นำหน้าคำนามที่เฉพาะเจาะจงซึ่งผู้พูดหมายถึงสิ่งใดอันไหนและผู้พูดมักจะเน้นให้ผู้ฟังเข้าใจโดยการใช้ the ในประโยคที่ 2 เพื่อแสดงว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นหมายถึงสิ่งใดอันไหนนั้นเอง

นี่คือหลักการใช้ a, an, the โดยทั่ว ๆ ไปในคลิปที่ 2 เราจะมาพูดถึงการใช้ a, an, the ในกรณีพิเศษว่ามีอะไรบ้าง

แชร์:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
หัวข้อ

สัมพันธ์กัน

สระภาษาอังกฤษ

สำหรับครั้งนี้จะเป็นการบรรยายพยัญชนะและสระหมวดพื้น

อ่านต่อ »
คำกริยา

กริยาหรือ Verb หมายถึงการกระทำต่าง ๆ ในประโยคซึ่งแ

อ่านต่อ »
เรียนพูดภาษาอังกฤษ

พื้นฐานการเรียนพูดภาษาอังกฤษจะบรรยายทั้งหมด 5 ครั้

อ่านต่อ »
future simple tense

Future Simple Tense เป็นเรื่องของการกระทำในอนาคตซึ

อ่านต่อ »