Present Continuous Tense

การใช้ present continuous tense

การใช้ Present Continuous Tense บรรยายอย่างละเอียดทุกขั้นตอนเริ่มจากโครงสร้างของประโยคและการใช้ในกรณีต่าง ๆ ทั้ง 7 ชนิดซึ่งถือว่าเป็นการบรรยายอย่างครบถ้วนของเนื้อหาซึ่งไม่ค่อยมีบรรยายที่ไหนมาก่อนเหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่เตรียมสอบหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษเพื่อนำไปใช้ในกรณีต่าง ๆ

ก่อนที่เราจะพูดถึงการใช้ Present continuous / Progressive tense ว่ามีการใช้หรือใช้ในลักษณะใดบ้างเรามาดูรูปแบบหรือ Form ของ Present continuous tense ก่อนว่ามีรูปแบบอย่างไร

  • S + Be + Verb + – ing รูปประโยคบอกเล่า (Positive Sentence)

I am working.
You are working.
He / She / It is working.
We / They are working.

  • S + Be + Not + Verb + – ing รูปประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence)

I am not working.
You are not working.
He / She / It is not working.
We / They are not working.

  • Be + S + Verb + -ing รูปประโยคคำถาม (Question Sentence)

Am I working?
Are you working?
Is he / she / it working?
Are we / they working?

  • Yes, + S + Be หรือ No, S + Be + Not ตอบคำถามสั้น ๆ (Short Answers)

ถ้าหากว่ามีใครถามว่า Are you working? คำถามลักษณะนี้เขาเรียกว่า Yes หรือ No question  เราก็สามารถตอบ Yes, I am.หรือ No, I’m not.

พอเราทราบโครงสร้างของ Present continuous tense ชนิดต่าง ๆ แล้วลำดับต่อไปเราก็มาดูว่า tense นี้ใช้ในกรณีไดบ้างแต่ก่อนที่เราจะเรียนรู้การใช้เรามาดูลักษณะหรือธรรมชาติของ Continuous / Progressive กันก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร

  • ลักษณะของ Continuous คือเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นระยะหนึ่งบางตำราก็เรียกว่า Progressive จะเรียกว่า Progressive หรือ Continuous ก็ความหมายเดียวกัน

ผู้เรียนบางคนอาจจะสงสัยคำว่า “เกิดขึ้นระยะหนึ่ง” นั้นหมายความว่าอย่างไรนานแค่ไหนคำตอบก็คือไม่มั่นคงถาวรเมื่อเปรียบเทียบกับ Simple Tenses เช่น

She is living with her boyfriend. หล่อนกำลังพักอยู่กับแฟนหล่อนหมายความว่าพักอยู่ชั่วคราวไป ๆ มา ๆ ที่จริงเขาอยู่กับพ่อแม่ “She lives with her parents” 

หลักพื้นฐานทั่วไป Present Continuous / Progressive Tense

  1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นระยะเวลาหนึ่งยังไม่สิ้นสุดหรือจบลง

เช่นผมพูดว่า

  • You are learning English. คุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษ (อยู่ระหว่างการเรียน)
  • I’m waiting for the train. ฉันกำลังรอรถไฟ (ยืนอยู่สถานีอยู่ระหว่างของการรอ)   
  • He’s washing his car. เขากำลังล้างรถ (อยู่ระหว่างการล้างรถ)
  • It’s raining outside.ด้านอกฝนกำลังตก (ฝนอยู่ระหว่างการตก)

จากตัวอย่าง You are learning English. “คุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษ” ขณะที่ผมพูดหันไปมองก็เห็นคุณหรือพวกคุณกำลังนั่งเรียนภาษาอังกฤษกันอยู่หลักของ “Continuous หรือ Progressive Tense “หมายความว่าขณะที่ผมพูดออกมานั้นมันอยู่ระหว่างการเรียนของพวกคุณจะให้ชัดก็คือได้เกิดเหตุการณ์หรือการกระทำขึ้นก่อนที่ผมจะพูดและเหตุการณ์หรือการกระทำนั้น ๆ กำลังดำเนินอยู่ขณะที่ผมพูดยังไม่จบลงจะจบลงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากที่ผมพูดแล้ว” สมมุติผมพูดคำนี้ตอน 09.00 น. แสดงว่าผู้เรียนได้นั่งเรียนภาษาอังกฤษอยู่ก่อนที่ผมจะพูดคำนี้ออกมาอาจะเรียนตั้งแต่ 08.00 น. หรือ 8.30 น. เวลาไหนก็ได้ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญขอให้ก่อนเวลาที่ผมพูดและขณะที่ผมพูดก็กำลังนั่งเรียนกันอยู่ยังไม่เลิกอาจจะเลิกตอน 09.30 น. หรือ 10.00 น. เมื่อไหร่ก็ได้ก็ไม่ใช่ประเด็นเหมือนกันขอให้จบลงหลังที่ผมพูดระยะหนึ่งถือว่าถูกต้อง Continuous/Progressive ในกรณีเดียวกัน I’ m waiting for the train “ผมกำลังรอรถไฟ” นั้นแสดงว่าผมได้ยืนอยู่สถานีรถไฟแล้วการรอของผมได้เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะบอกใคร ๆ ว่าผมกำลังรอรถไฟแล้วและขณะที่พูดผมก็กำลังรออยู่พูดจบรถไฟอาจจะมาทันทีหรือยังไม่มาก็ไม่ใช่ประเด็นประเด็นขอให้พูดจบก่อน

เรามาดูเราใช้ Present Continuous / Progressive Tense ในกรณีอื่น ๆ

2. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ไม่เกิดขึ้นหรือกระทำในขณะที่พูด เช่น

  • I’m creating my website. ผมกำลังเขียนเว็บไซต์ “ขณะที่ผมพูดผมไม่ได้นั่งเขียนเว็บไซต์แต่ผมเขียนมาก่อนระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จอาจจะเสร็จหลังจากที่ผมพูดหนึ่งสัปดาห์เดือนปีไม่ทราบและก็ไม่ใช่ประเด็น”
  • I’m studying at Sisaket Wittayalai School ฉันกำลังเรียนที่โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย “ขณะที่พูดไม่ได้กำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนแต่อย่างใดแต่ก็เรียนอยู่ที่นั้นและยังไม่จบ”
  • I’m looking for a new apartment. ฉันกำลังหาอพาร์ทเม้นท์ใหม่ “ขณะที่พูดไม่ได้กำลังเดินหาอพาร์เม้นท์แต่อย่างใดแต่ก็ได้เริ่มหามาก่อนจะพูดแล้วแต่ยังไม่ได้หลังจากพูดก็ยังต้องหาอีกต่อไป”

3. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระยะเวลาหนึ่งไม่มั่นคงถาวร (Temporary Situations) โดยเฉพาะเมื่อเราเปรียบเทียบกับ Present Simple Tense เช่น

  • She is living with her boyfriend. หล่อนกำลังพักอยู่กับแฟนหล่อน “อยู่ชั่วคราว”
  • She lives with her parents. หล่อนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ “อาศัยอยู่กับพ่อแม่อย่างถาวร”
  • They are staying at a hotel in Bangkok. พวกเขาพักอยู่โรงแรมหนึ่งในกรุงเทพ ฯ “พักชั่วคราว”
  • I find it difficult to work with him. ผมรู้ว่ายากที่จะร่วมงานกับเขา “รู้มานานรู้มาตลอดว่ายากที่จะร่วมงานกับเขา”
  • I’m finding it difficult to work with him. ผมพึ่งรู้ว่ายากที่จะร่วมงานกับเขา “พึ่งรู้ไม่เคยรู้มาก่อน”

4. ใช้กับเหตุการณ์หรือบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา (Changing situation)

  • The number of cars on the street in Bangkok is increasing every year.
  • The earth is slowly getting warmer.

5. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (Arrangements in the future) โดยปกติเราใช้ will เมื่อพูดถึงอนาคตแต่การใช้ will นั้นเราหมายถึงการพูดถึงอนาคตโดยทั่ว ๆ ไปแต่เมื่อเราพูดถึงอนาคตที่เราได้วางแผนไว้แล้วว่าจะทำแน่ ๆ ในอนาคตโดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้เช่นนัดกินข้าวกับเพื่อไปดูหนังฟังเพลงหรือไปเที่ยวกับเพื่อนหรือใครก็ตาม (Social Plan) เราใช้ Present Continuous Tense เช่น

  • We’re meeting at the park at 06 o’clock tomorrow morning.
  • What are you doing next weekend?
  • We are going to Pattaya next weekend.

6. ใช้บรรยายหรืออธิบายรูปภาพ (Describe A Picture) ถึงแม้ภาพถ่ายนั้นจะถ่ายมาเมื่อไม่นานหรือนานขนาดไหนเมื่อเราอธิบายบุคคลในภาพนั้นว่ากำลังทำอะไรเราต้องบรรยายด้วย present continuous tense เช่น

  • She is wearing a blue denim jacket.
  • She is lovely posturing.  

7. ใช่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่เราไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเล่านั้น (repetition and irritation) ปกติเราจะใช้ present simple tense กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ สม่ำเสมอแต่ในกรณีนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ จริงแต่เรารู้สึกไม่ชอบหรือรู้สึกรำคาญในสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้นจึงใช้ present continuous tense แต่อย่างไรก็ตามการใช้ในกรณีนี้ต้องใช้ร่วมกับ adverbs (always หรือ constantly ) เช่น

  • He is always coming late.
  • He is constantly talking in the class.

จะเห็นว่าเราใช้ always และ constantly ซึ่งมีความหมายว่า “เสมอ ๆ”  กับ present continuous tenses. ซึ่งหมาความว่าเราไม่ชอบเลยที่เขามาสายบ่อย ๆ และชอบพูดคุยในห้องเรียนประเด็นสำคัญคือประโยคเหล่านี้ต้องมี always หรือ constantly ในประโยคด้วยถึงจะแสดงว่าผู้พูดไม่ชอบในสิ่งที่เขาหรือพวกเขาพูดถึง

ประเด็นสุดท้ายที่จะฝากสำหรับการใช้ tense นี้ก็คือหากประโยคใดมี adverb ในประโยค adverb จะต้องอยู่ระหว่าง verb to be และ main verb ซึ่งเป็น verb ที่เติม -ing เท่านั้น

ข้อยกเว้นห้ามใช้ State Verbs กับ Continuous / Progressive Tenses มีบรรยายแยกออกไปหากใครสนใจสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้เลย

แชร์:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
หัวข้อ

สัมพันธ์กัน

สระภาษาอังกฤษ

สำหรับครั้งนี้จะเป็นการบรรยายพยัญชนะและสระหมวดพื้น

อ่านต่อ »
การใช้ a, an, the

A, an, the คือคำนำหน้าคำนามภาษาอังกฤษเรียกว่า arti

อ่านต่อ »
คำกริยา

กริยาหรือ Verb หมายถึงการกระทำต่าง ๆ ในประโยคซึ่งแ

อ่านต่อ »
เรียนพูดภาษาอังกฤษ

พื้นฐานการเรียนพูดภาษาอังกฤษจะบรรยายทั้งหมด 5 ครั้

อ่านต่อ »
future simple tense

Future Simple Tense เป็นเรื่องของการกระทำในอนาคตซึ

อ่านต่อ »